ความรับผิดชอบ

posted on 23 Apr 2009 22:59 by vetsis

 

ปกติเย็นวันเสาร์จะเป็นช่วงที่คนจะพาหมาแมวมารักษากันเยอะ

แต่เพราะเป็นสุดสัปดาห์หลังจากสงกรานต์

คนเพิ่งจะกลับมาจากไปเที่ยวกัน

วันนั้นลูกค้าจึงมีมาเรื่อยๆไม่เยอะนัก

 

ขณะที่หมอกับลูลู่กำลังนั่งดูหนังกันอยู่ก็มีรถมอเตอร์ไซด์มาจอดหน้าร้าน

เป็นชายหญิงคู่หนึ่งอุ้มหมาด้วยท่าทางลังเลมาเคาะที่กระจกหน้าร้าน

พอเข้ามาในร้านแล้วผู้ชายก็บอกว่าหมาคลอดลูกไม่ออก

ลูกติดอยู่ที่ปากช่องคลอดมาตั้งแต่เที่ยง

ตกเย็นเห็นท่าไม่ดีแล้วก็เลยชวนเมียอุ้มหมามาหาหมอ

 ก่อนหน้านั้นแม่หมาคลอดออกมาแล้ว2ตัวแต่ก็ตายทั้งสองตัว

 

หมอตรวจแล้วเห็นว่าลูกตัวที่อุดปากช่องคลอดอยู่ไม่รอดแล้ว ก็ช่วยดึงออกมาให้

ลูกตัวที่3นี้ตัวใหญ่มาก แล้วน่าจะมีอยู่ในท้องอีกหลายตัว ซึ่งท่าทางจะตัวใหญ่พอๆกับตัวที่สาม

ความเสี่ยงว่าจะคลอดไม่ออกมีมาก  ซึ่งหากคลอดเองไม่ได้ก็ต้องผ่าคลอด

แต่ที่คลีนิกเราไม่รับผ่าคลอดทำคลอด ถ้าจะผ่าก็ต้องไปที่อื่นแต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอดนั้นค่อนข้างสูง

เมื่อคุยกับเจ้าของหมาแล้ว ชายเจ้าของหมาก็หันไปบอกเมียด้วยภาษาที่ฟังไม่ออก

เลยเพิ่งได้รู้ว่าสองคนผัวเมียนี่เป็นแรงงานต่างด้าว แต่ว่าทั้งคู่พูดภาษาไทยชัดมากเลยค่ะ

หมอเป็นห่วงก็ถามว่าถ้ามันต้องผ่าจริงๆพอจะเอาไปผ่าไหวมั้ย

 ฝายผู้ชายก็เลยเล่าให้ฟังว่าเขาทำงานคนเดียวได้เงินแค่เดือนละสามพันกว่าบาท

ไปเที่ยวสงกรานต์บ้างใช้บ้างตอนนี้เหลือติดตัวอยู่แค่พันห้าเอง

 แถมเมียก็กำลังท้อง เมื่อเช้าเมียก็นั่งเฝ้าหมาคลอดอยู่คนเดียว เดี๋ยวสามทุ่มเขาก็ต้องไปทำงานต่อแล้ว

หมอบอกให้ลองพากลับไปคลอดต่อที่บ้านดูเพราะยังผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง

ยังอยู่ในช่วงที่แม่จะคลอดได้เองอยู่ ตอนล้วงตรวจดูลูกในท้องลูกก็ยังอยู่ดี

ถ้าคลอดได้เองจะได้ไม่ต้องผ่า แต่ถ้าไม่ได้จริงๆให้พามาจะช่วยให้ 

เพราะท่าทางเขาจะพาไปผ่าคลอดที่อื่นไม่ไหว

สองคนผัวเมียก็อุ้มหมากลับไป

 

วันรุ่งขึ้นตั้งแต่เช้าจนเย็นก็ไม่เห็นพาหมามา ลูลู่ก็คิดว่าคงคลอดได้เอง

แต่พอทุ่มนึงกำลังจะปิดร้านเร็วกว่าปกติเพราะจะกลับไปนอนบ้านหม่าม้า

ก็เห็นผู้ชายอุ้มหมาตัวเดิมเข้ามาบอกว่าตั้งแต่เช้ามันยังคลอดไม่ออกเลย 

วันนั้นได้ปิดร้านเร็วสมใจแต่อดกลับบ้านเพราะต้องผ่าคลอด 

หมอบอกให้ผู้ชายคนนั้นฝากหมาเอาไว้ แล้วให้มารับวันรุ่งขึ้น

ผ่าออกมาลูกในท้องตายหมดแล้ว

ค่าผ่าตัดไม่ได้คิด คิดเฉพาะค่ายาไม่กี่ร้อยเท่านั้นซึ่งต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดปกติเกินเท่านึง

แต่ก็นับว่าสูงสำหรับเจ้าของหมาอยู่ดี

วันรุ่งขึ้นเมื่อเขามารับเขาก็ควักเงินออกมาให้ ในกระเป๋ามีแค่พันกว่าบาท

หมอรับมาไม่กี่ร้อยแล้วบอกเขาว่าที่เหลือไว้ก่อนมีเมื่อไหร่ค่อยให้ก็ได้

ผู้ชายคนนั้นตอบกลับมาว่าไม่เป็นไรครับ ผมพออยู่ได้

ทั้งที่เหลืออีกหลายวันกว่าจะสิ้นเดือนกับเงินไม่ถึงพันบาทแต่เขาก็ยังจะให้เป็นค่าผ่าตัด

แต่สุดท้ายหมอก็ไม่ได้รับมา

 

ผ่านไป3วัน วันนี้ชายหญิงคู่เดิมอุ้มหมาตัวนั้นมาตรวจแผล

เสร็จแล้วก็ยื่นเงินให้หมออีกร้อยนึง

หมอปฏิเสธไปบอกว่าเดือนหน้าหรือเดือนไหนมีตังค์ค่อยให้ก็ได้

หมอไม่รับค่าผ่าตัดที่เหลือสองคนผัวเมียเลยเลือกซื้ออาหารเปียกให้หมาตัวนั้นแทน

 ซึ่งมาทราบทีหลังว่าจริงๆแล้วหมาตัวนี้เป็นของเฮียเจ้านายของผู้ชาย

แต่มาอาศัยกินอยู่ที่บ้านของทั้งสองคนนี้

เฮียก็เลยยกให้ ภาระในการเลี้ยงดูเลยตกอยู่กับชายหญิงคู่นี้แทน

 

ชายหญิงคู่นี้ทำให้รู้สึกว่าคนเราถึงจะเชื้อชาติไหน ฐานะใดถ้าเขามีความรับผิดชอบอยู่ในตัวก็น่านับถือทั้งนั้นค่ะ

ขนาดคนไทยเองถ้าอยู่ในฐานะอย่างนี้ก็เลือกที่จะหนีความรับผิดชอบมากกว่าซึ่งเคยเจออยู่บ่อยๆ

น่าละอายมั้ยหล่ะคะ

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 23 Apr 2009 23:43:09 by puki